8 ข้อที่รถเข็นเด็กทุกคันต้องมี !!!!

วิธีการเลือกรถเข็นเด็ก 8 ข้อที่รถเข็นเด็กทุกคันต้องมี

8 ข้อที่รถเข็นเด็กทุกคันต้องมี และการเลือกรถเข็นเด็กให้ตรงสไตล์ของคุณ

รถเข็นเด็ก แม้ไม่ได้จำเป็น เมื่อเทียบกับคาร์ซีท แต่รถเข็นเด็กก็เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ชีวิตพ่อแม่อย่างเราง่ายขึ้น ถ้าใครชอบอุ้ม อุ้มได้ อุ้มเลยนะค่ะ จะประหยัดได้มาก แต่ก็อีกนั้นแหละค่ะ เลี้ยงไปเลี้ยงมา เวลาผ่านไป กลายเป็น “หมูน้อยยยยยย” นั้นเอง ความจ้ำม่ำมาพร้อมกับน้ำหนักตัว ทำให้การอุ้มของเรา เหนื่อยมากกก (ก ล้านตัว)  จะให้ปู่ยาตายายช่วยอุ้มก็คงจะไม่ไหว ทำให้การมี “รถเข็นเด็ก” สักคัน สำคัญเทียบเท่าการมีคาร์ซีทเลยค่ะ

นอกจากไม่เมื่อยมือเวลาอุ้ม เมื่อออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปกินข้าวหน้าบ้าน ไปช้อปปิ้ง เมื่อลูกต้องการจะพักกลางวันหรือนอนกลางวัน การมีรถเข็นเด็กก็สามารถทำให้ลูกสามารถหลับสบาย รู้ไหมค่ะว่าการนอนกลางวันเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กมีกระบวนการด้านความจำดี การมองและการเคลื่อนไหวก็ดีกว่า นอกจากนั้นการประมวลข้อมูลของสมองก็ดีขึ้นด้วยนะคะ (เด็กแต่ละวัยต้องนอนกลางวันกี่ชม. และมีประโยชน์อย่างไร อ่านได้ที่ Amarinbabyandkids )  และที่เป็นประโยชน์กับแม่ๆอย่างเราคือ ห้อยถุงช้อปปิ้ง ได้มากมายนะค่ะ ฮ่าๆๆ

คำถามต่อมา รถเข็นเด็กยี่ห้อไหน เป็นคำถามยอดฮิต ที่คุณแม่มักถามกันมามากกกก

ก่อนจะเลือกว่า จะเอารถเข็นยี้ห้อไหน แอดมินแม่ขอแบ่งออกขั้นตอนการเลือกรถเข็นเด็กออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนแรก 1 เลือกรถเข็นที่มีฟังก์ชันหรือคุณสมบัติที่จำเป็น หมายถึงคุณสมบัติที่รถเข็นทุกแบบ ทุกรุ่น ทุกยี้ห้อ ต้องมี

8 ข้อ ที่รถเข็นเด็กทุกคัน ต้องมี

  1. การปรับนอน: ปรับนอนได้มากกว่า 170 องศา ทำไมต้องปรับนอนได้ เพราะ
    • เด็กแรกเกิด : กระดูกสันหลังของเด็กแรกเกิดเป็นเส้นตรง ยังไม่แข็งแรง จึงควรจัดให้เด็กนอนในท่านอนราบที่เป็นธรรมชาติ
    • ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป แม้ว่าเด็กในวัยนี้คอแข็ง สามารถนั่งได้ แต่เมื่อเด็กต้องการการพักผ่อน การนอนราบก็จำเป็นอย่างยิ่ง

2.ความปลอดภัย : รถเข็นเด็กต้องได้รับมาตรฐานสากล และต้องมีสายรัดนิรภัย 5 จุด โดยจุดที่ควรมี ได้แก่ ช่วงเอว ระหว่างขา และไหล่ ซึ่งตัวล็อกไม่ควรจะให้เด็กสามารถดึงหลุดง่าย แต่ก็ไม่แน่นสำหรับเด็กจนเกินไป และควรปลดเข้าออกง่าย ดูเพิ่มเติม

3. ระบบเบรค : ก่อนซื้อควรตรวจสอบให้แน่ใจ ว่ารถเข็นเด็กที่จะซื้อมีระบบเบรกที่ดีหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ แนะนำ ให้ไปลองที่ร้านนะค่ะ

4. การเข็น : รถเข็นที่ดีต้องเข็นลื่น ไม่ว่าจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาต้องไหลลื่นไม่มีสะดุด แนะนะ เลือกรถเข็นเด็กที่ล้อหน้าสามารถหมุนได้ 360 องศา

5.หลังคา : หลังคารถเข็นเด็กที่ดี ต้องมีขนาดที่ใหญ่ และต้องป้องกันแสงแดดได้ เพราะต่อให้หลังคาจะใหญ่ ถ้าแสงแดดสามารถส่องถึงลูกของเรา ก็คงจะไม่ดีเช่นกัน

6. ปรับขา : เมื่อหมูน้อยของเราต้องการจะนอน การที่รถเข็นเด็กสามารถปรับระดับขาได้ ก็จะทำให้ขาของลูกไม่ห้อยเวลานอน ทำให้หลับสบาย และนานขึ้น

7. ระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน : รถเข็นเด็กต้องมีระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน ทุกล้อ เพราะการเข็นลูกไปในพื้นผิวที่ขรุขระ หรือพื้นต่างระดับ เมื่อไม่มีระบบรองรับแรงกระแทก ลูกจะได้รับแรงกระแทกนั้นทั้งหมด ซึ่งเป็นผลที่ไม่ดีกับลูกเราแน่นอนคะ

8. วัสดุที่ใช้สามารถถอดหรือเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่ เพราะเด็กๆมักจะกินอาหารบนรถเข็น ทำให้เลอะเทอะได้ง่าย การถอดซักทำความสะอาดง่าย ก็ทำให้รถเข็นเด็กของเราดูใหม่อยู่เสมอ รวมทั้ง การระบายความร้อนภายในรถเข็น ต้องสามารถระบายอากาศได้ดี

เมื่อเราได้รถเข็นที่มีคุณสมบัติ ฟังก์ชันครบแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ

ขั้นตอนที่ 2 เลือกตามใจชอบ เลือกตามสไตล์ เลือกให้เข้สกับชีวิตของเรา ได้เลยจ้า

วิธีการเลือกรถเข็นเด็ก 8 ข้อที่รถเข็นเด็กทุกคันต้องมี เลือกรถเข็นเด็กให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

สำหรับครอบครัว มีลูก คนเดียววว

  • Style I เที่ยวบ่อย บ่อยมาก จนถึงบ่อยที่สุด และเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

พ่อแม่สไตล์นี้ แนะนำ รถเข็นเด็กพับเล็ก พกพาไปได้ทุกที่ เก็บได้ทุกช่องแคบ ไม่ว่าจะเป็น ท้ายรถ บนเครื่องบิน บนรถไฟ ในล้อกเกอร์ ในตู้เก็บของในบ้าน นอกจากพับเล็กแล้ว ต้องน้ำหนักเบา แนะนำ 5-6 kg เพราะถ้ามีน้ำหนักมากกว่านี้ คุณพอ่คุณแม่อาจจะหมดแรงก่อนจะจบทริป และที่สำคัญต้องมี 8 ข้อด้านบนให้ครบนะค่ะ

ขอแนะนำ KUKI SINGLE รถเข็นเด็กน้ำหนักเบามาก พับเล็ก สามารถพกพาขึ้นเครื่องได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

  • Style II เที่ยวบ้าง บางครั้ง ในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง

สำหรับสไตล์นี้ ขอแนะนำ รถเข็นเด็กที่พับไม่เล็กมาก เน้นกว้างๆ สบายๆ เพราะรถเข็นสไตล์นี้จะมีน้ำหนักประมาณ 7 kg ซึ่งไม่มากแต่ก็ไม่น้อย แต่ล้อมีขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนทาน ที่นอนกว้างงงงงง ลูกสามารถนอนกลิ้งได้เลยค่ะ ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงแม้ออกไปเที่ยวไปข้างนอก การใช้รถเข็นแบบนี้ก็ไม่ได้สร้างความเหนื่อยให้พ่อแม่มากค่ะ

ขอแนะนำ COMPACT 2.0 รถเข็นเด็กพับได้และพับง่าย พับเก็บง่ายโดยใช้มือเดียว เบาะกว้างนั่งสบาย  ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

วิธีการเลือกรถเข็นเด็ก 8 ข้อที่รถเข็นเด็กทุกคันต้องมี เลือกรถเข็นเด็กให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

สำหรับครอบครัว มีลูก มากกว่าสองคน

ครอบครัว ลูกสอง แสนวุ่นวาย เช่นเดียวกับครอบครัวแอดมินแม่ ขอแนะนำ รถเข็นเด็กแฝด หรือที่เรียกว่า รถเข็นพี่น้อง ทำไมต้องเป็นรถเข็นแบบนี้ แอดมองประโยชน์หลักของรถเข็นแฝดคือ เราสามารถพาลูกสองคนออกไปเที่ยวพร้อมๆกันได้ ให้เค้าได้สร้างสายสัมพันธ์พี่น้อง ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดค่ะ

แต่ รถเข็นแฝดหรือรถเข็นพี่น้องมีให้เลือกหลายแบบมาก

1.รถเข็น แฝด ที่นั่งด้านหน้าหลัง

  • ที่นั่งด้านหน้า สามารถมองเห็นวิวชัดเจน แต่ไม่สามารถปรับนอนได้
  • ที่นั่งด้านหลัง มองไม่เห็นวิวด้านหน้า แต่สามารถปรับนอนได้
  • น้ำหนักมาก ประมาณ 13-17 kg
  • เมื่อพับแล้วมีขนาดใหญ่ ไม่สะดวกต่อการพกพา

2.รถเข็นเด็กแฝด แบบก้านร่ม

  • น้ำหนักเบา ไม่เกิน 7-9 kg
  • พับแล้วมีขนาดใหญ่ ไม่สะดวกต่อการพกพา
  • และเมื่อไปดูคุณสมบัติ จะเห็นว่าปรับนอนไม่ได้ ปรับขาไม่ได้ หลังคาสั้นไม่ใหญ่

อย่าลืมนะคะ ก่อนเลือกซื้อรถเข็นเด็ก ขอให้มีครบ 8 ข้อด้านบนนะคะ

  • ข้อดี ของรถเข็นแบบนี้ คือ ลูกสองคนได้นั่งติดกัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร เค้าจะแบ่งปันกัน คุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดกัน แบ่งขนมกัน เค้าจะได้ช่วงชีวิตไปด้วยกัน ทำให้เค้าได้สร้างความสัมพันธ์กันระหว่างพี่น้อง ได้ใช้ชีวิตไปด้วยกันในทุกๆที่ค่ะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติมการเลือกรถแฝด

  • หลังคาแยกกัน เมื่อคนนึงอยากนอน อีกคนอยากนั่ง คนนึงอยากปิดหลังคา คนนึงอยากเปิดหลังคา ถ้าได้แบบหลังคาแยกกันก็จะดีมากค่ะ
  • บาร์กันตกแยกกัน เมื่ออีกคนอยากลงจากรถเข็น อีกคนไม่อยากลง

มันจะดีแค่ไหนที่ ถ้าจะมีรถเข็นเด็กแฝด ที่มีคุณสมบัติ ฟังก์ชันครบ น้ำหนักไม่มากเกินไป และเป็นสองที่ติดกัน

ขอแนะนำ

3. KUKI TWIN รถเข็นเด็กแฝด รถเข็นพี่น้อง ที่พับเล็กที่สุดในโลก สามารถพกขึ้นเครื่องได้ น้ำหนักเบา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม